ผมเคยเขียนถึง Victor Hasselblad ผู้ชายจากอีกซีกโลก ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาตลอดหลายสิบปี แม้เราไม่มีโอกาสได้พบกันเกี่ยวกับงานของเขา วันนี้วันเกิดแม่ [June 8, 1944] อยากเขียนถึงแม่บ้าง บังเอิญตรงกับช่วงที่ Victor Hasselblad ผลิตกล้องรุ่น 1000 F รุ่นแรกพอดี ผมจำได้ไม่ยากเพราะเป็นเหตุการณ์ที่สยามประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้จำวันเกิดแม่ตัวเองได้ไปโดยปริยาย เลยขออนุญาตเขียนอะไรถึงแม่ตัวเอง ในเว็บของตัวเองบ้าง ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจไม่ได้ความรู้อะไรจากกระทู้นี้ก็เป็นได้ ต้องขอโทษด้วยนะครับ.. 😀 มีหลายๆ คนบอกว่าผมหน้าตาเหมือนแม่มาก ผมว่าก็มีส่วนนะ แต่ถ้าหากว่าพ่อผมยังอยู่ แม่ก็จะบอกผมว่า..แกมันหน้าเหมือนพ่อแก.. 😀 ซึ่งผมก็เชื่อว่าจริง

ผมกับแม่อยู่คนละบ้านแม่จันอยู่กับพี่สาวคนรอง  นานๆ แม่จะมาค้างที่บ้านผมเป็นเวลาแรมเดือน “ให้ผมดูแลแม่บ้าง” ผมบอกกับแม่อย่างนี้ แม่มีลูก 5 คน ผมเป็นคนที่ 4 พ่อเคยบอกว่า “ฉันจะปิดอู่แม่แกมาสองครั้งแล้วตอนที่แม่ให้กำเนิดพี่สาวมาก่อนหน้านี้ 2 คน” พ่อเป็นคนสมัยใหม่พ่อรู้ว่าวันข้างหน้า (ทุกวันนี้) ทรัพยากรของโลกจะขาดแคลน เนื้อหมู เนื้อปลากิโลเป็นร้อยๆ (ตอนนั้นหมูโลละ 7 บาท) พ่อเลยไม่อยากมีลูกหลายคน พ่อพูดทุกครั้งเวลาที่เราล้อมวงกินข้าวทั้ง 7 คน สรุปว่าพอแม่มีผมเป็นลูกชายอีกสองปีต่อมาแม่ก็ให้น้องชายผมมาอีกคน 😀 แม่ของผมเป็นคนหน้ายิ้มนะ และผมคิดว่าแม่เป็นคนเดียวที่เวลารับโทรศัพท์แม่ไม่เคยพูดว่าฮาโหลเลย….แม่จะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อน…แล้วพูดเป็นประโยคออกไป 😀

ผมแยกออกมาสร้างครอบครัวใหม่ สร้างอาณาจักรและตักสิลาเพื่อเป็นที่สอนด้านการถ่ายภาพและเป็นสถานที่ในการประกอบอาชีพ เพื่อ Pay it forward  ตามที่อาจารย์ที่สอนด้านการถ่ายภาพของผม (พระภาสกร ภาวิไล ภูริวัฒฑโณ) ได้ตั้งใจไว้  ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ได้ดีทั้งสองเรื่อง (แต่ไม่ได้หมายถึงผมดีกว่าใครในโลกนี้นะ)  เพราะคนที่เรียนกับผมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม ที่ดีได้ก็ดีขึ้น ที่ดีอยู่แล้วก็ดีขึ้นไปอีก  (อันนี้ดูจากความคิดและพฤติกรรรมของเด็กๆ เมื่อเวลาผ่านไปนะครับ ไม่กล้าคิดเอง) จะบอกว่าพวกเขาดีอยู่แล้วก็ไม่ผิดแม้จะได้เรียนกับผมหรือไม่ก็ตาม 😀  เอาเป็นอันว่าผมโชคดีก็แล้วกันนะครับ

 

My Sweet mom

ผมใช้ Hasselblad ถ่ายภาพแม่และญาติๆ ของแม่เมื่อหลายสิบปีก่อน ทุกคนประทับใจและพูดถึงภาพเหล่านั้นเสมอๆ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและหลายคนในภาพก็ไม่อยู่แล้ว ทำให้ผมนึกถึงประโยคหนึ่งของพี่จี๊ด จีระนันท์ พิตรรีชา และพี่บาฟ ภาณุ มณีวัฒนกุล นำมาเขียนเพื่อให้ผมและนักอ่านทั้งหลายได้อ่านจากหนังสือของแกที่ผมมีไว้ตั้งหลายเล่มว่า “ดูเหมือนภาพถ่ายจะเป็นสิ่งเดียวที่หยุดความตายเอาไว้ได้” มันเป็นจริงมากทีเดียว

มีหลายคนเข้าใจไปว่า Hasselblad ถ่าย Candid ไม่ได้ เพราะเสียงบานพับในตัวกล้องดังมาก ผมเห็นด้วยครึ่งนึง ผมใช้ Hasselblad 500cm lens 80mm Cf T* เปิดที่ F2.8 Shutter speed 1/8 กลั้นหายใจเกือบเป็นลมเพราะกลัวกล้องสั่น ถ่ายภาพ Candid แม่ตอนแม่งีบยามบ่ายวันหนึ่ง ผมถ่ายได้ภาพเดียวแม่ก็ตื่น 😀 แต่อีกภาพแม่ก็ยิ้มให้กล้องแถมวางมือยังกะนางแบบที่ผมถ่ายงาน 7 catalog เสียด้วย สรุปว่า Hasselblad ถ่ายแคนดิดได้ภาพเดียวและครั้งเดียวเสมอ 😀

 

ผมมีภาพดีๆ ของแม่ที่ถ่ายด้วย Hasselblad ไม่มาก แต่ก็หลากหลายอารมณ์และอริยาบท เป็น Passion อย่างหนึ่งของผมเลยทีเดียว  แม่รับรู้ว่าผมทำอะไรตอบแทนพระคุณแม่บ้างในขณะแม่ยังมีลมหายใจอยู่ ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยจนบัดนี้ ผมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือสร้างความทุกข์ใจให้แม่เลย (ข้อความนี้แม่ป็นคนพูดนะ 😀 )

ภาพของแม่สองภาพนี้ผมอยากให้แม่ได้เห็นในวันเกิดของแม่ ในวันครบรอบ 73 ปี สุขสันต์วันเกิดครับยายจันของลูกๆ และหลานๆ อยู่ต่อไปเพื่อให้พวกเราได้ทำความดีและกตัญญูกตเวฑิตานะแม่ รีสอร์ทเล็กๆ  ของแม่ ได้เสากับโครงมาแล้วล่ะ 😀

Yut Hasselblad

June 8, 2017

73th Mom’s birthday