Hasseldlad 501 CM09

 

Hasselblad Medium format camera, the 501 Series
ก่อนหน้านี้เราได้รู้จัก Hasselblad 500 series กันไปแล้วนะครับ คงทราบที่มาของรุ่นนี้ไปแล้วเช่นกัน คงไม่พูดถึงให้เยิ่นเย้อเสียเวลานั่งอ่านกันอีก
Hasselblad ยังคงผลิตกล้องรุ่นนี้อย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนชื่อรุ่นจาก 500c/m เป็น 501c
เป็นธรรมดาของผลิตภัณฑ์ที่ต้องพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น น่าใช้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของผลิตภัณฑ์นั้นๆ อยู่ด้วยเช่นกัน
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายและหลากหลายเหตุผลที่ Hasselblad ต้องพัฒนากล้องและเลนส์อย่างต่อเนื่อง

The new Era of the Hasselblad 501 Series
คนที่เกิดรุ่นหลังๆ ปี 1994 คงไม่ทันได้ยินชื่อ IMF  (กองทุนเอาชาติไทยไปกู้ยืมเงินต่างประเทศ ผ่านรัฐบาลหนึ่งในยุคนั้น=ผู้เขียน)
(ผลพวงของภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ตกต่ำแย่พอๆ กับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 คนทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบเต็มๆ ไม่เพียงการล้มละลายทางการเงินเท่านั้นแต่เป็นการล้มละลายของคนทั้งชาติ …มีเพียงคนบางกลุ่ม(ก็ในรัฐบาลนั่นแหละ) ที่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะลอยตัวค่าเงินบาทและรีบบอกพวกพ้องกันเองให้ไปซื้อเงินดอลล่าร์ตุนไว้ พอประกาศลอยตัวค่าเงิน ประเทศชาติก็วิบัติล่มจมทันที แต่คนพวกนี้กลับร่ำรวยและสุขสบายบนคราบเลือดของคนที่ฆ่าตัวตาย บนน้ำตาของคนที่ล้มละลายและความแร้นแค้น ของคนทั้งชาติ ด้วยการขายเงินสกุลอเมริกันออกไปเปลี่ยนเป็นเงินบาทที่มีค่าสูงลิบลิ่วกว่าที่ซื้อมา ข้าวยากหมากแพง ครอบครัวล่มสลาย เล่าให้ฟังเฉยๆ ครับ ว่าเราก็โดนหนักมาก ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองนะครับ = ผู้เขียน)
Hasselblad ก็อยู่บนโลกนี้ แม้จะเคยไปเหยียบดวงจันทร์มาแล้วเป็นกล้องตัวแรกและตัวเดียวในโลกก็ตาม ย่อมประสบภาวะทางการเงินจากปัญหาเศรษฐกิจของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

 

Hass 501C Black0003 copy
Hasselblad 501c เป็นลูกที่เกิดมาเดือนเมษา 1994 ทำมาหากินยาก อัตคัต อากาศร้อน โลกร้อน สภาวะทางภูมิศาสตร์แห้งแล้ง น้ำท่าไม่สมบูรณ์ ข้าวของราคาสูงลิ่ว ข้าวกระเพราไข่(นกกระทา)ดาวจานละ 50 บาท  แต่ก็ต้องดำเนินชีวิตให้ผ่านวันเวลาแห่งความยุ่งยากของชีวิตนี้ไปให้ได้ Hasselblad และ Yut Hasselblad ก็หวังไว้อย่างนั้น
Hasselblad คลอด 501c พร้อมติดเลนส์ 80mm F2.8 CF C T* ที่ตัดฟังชั่นบางอย่างที่เลนส์ออกไปเพื่อให้ต้นทุนถูกลง เพื่อการแข่งขันและเอาตัวรอดให้ได้ในสภาวะการณ์อันย่ำแย่นี้
501c ขายเป็น Set มีทั้งกล้อง เลนส์แม็กกาซีนฟิล์ม และมีสีดำเท่านั้น*** ไม่แยกขายเลนส์กับกล้องเมื่อผ่านไปได้ 3 ปี ในปี 1997 Hasselblad 501cm ก็ถือกำเนิด เพราะ 501c    ไม่อาจผ่านพ้นสภาพเสรษฐกิจไปได้งดงามนัก

Hass 501cm

 

What’s new on the 501c model?

อย่างที่เกริ่นไปแล้วครับ 501c ราคาก็ไม่ได้ถูกลงมากและการตอบรับก็ไม่ได้ดีอย่างที่ Hasselblad ตั้งใจไว้ เพราะภาวะทางการเงินโลกแย่เกินกว่าจะเยียวยาได้ภายในปีสองปี
การปรับปรุงภายนอกของกล้องรุ่น 501c นี้กลายเป็นต้นแบบของกล้องรุ่นหลังๆ เช่น 501cm, 503cxi, 503cw, 503cwd ในเวลาต่อมา
มาดูกันว่ามีอะไรบ้างนะครับ
– Hasselblad ย้ายชื่อรุ่นจากด้านข้าง Body มาไว้ด้านบนขอบของตัวกล้องติดกับด้านที่เสียบ Waist lever finder (เมื่อใส่ระดับน้ำ spirit level ในตำแหน่งนี้ทำให้บังชื่อรุ่น=ผู้เขียน)
ทำให้เห็นชื่อรุ่นชัดเจนกว่าโมเดลก่อนหน้านี้ และ Hasselblad ก็ไม่ได้ย้ายชื่อรุ่นไปตำแหน่งใดๆ อีกเลยจนถึงรุ่นล่าสุดอย่างเช่น 501cm, 503cw เป็นต้น
– Plate ที่ body ของกล้องเปลี่ยนไปเป็นแบบ Polycarbonate แทน Plate เหล็กที่เสียบกับขาตั้งกล้องขนาดเล็กและมีหนังแปะที่บอดี้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตั้งหรือวาง body บนพื้นได้ดีขึ้น (แต่ Polycarbonate นี้แตกหักเสียหายง่ายมาก เปราะบางเมื่อไม่ได้ใช้นานๆ ถ้าใช้บ่อยๆ หรือใช้บ้างแทนการนอนในตู้จะไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น=ผู้เขียน)
– ปุ่มชัตเตอร์ออกแบบใหม่ กดได้เต็มนี้วมากขึ้น ยังคงมีช่องให้ใช้สายลั่นชัตเตอร์ทั่วๆ ไปกับกล้องรุ่นอื่นๆ ทั่วโลกได้เหมือนเดิม
– ระบบ Shutter T ถูกยกเลิกไป ไม่สามารถใช้กับเลนส์ C, C T* ในการถ่ายแบบ Selftimer ได้อีกต่อไป
– เลนส์ 80mm F2.8 CF C T* เป็นเลนส์ตัวเดียวที่ Hasselblad ผลิตติดกล้องมากับ 501c ก่อนจะผลิตเลนส์ Series ใหม่เป็น CB, CFi และ CFE ในรุ่นหลังๆ
สาระหลักๆ ของการพัฒนาเลนส์ของ Hasselblad ร่วมกับ Carl Zeiss
– Hasselblad ยกเลิกสายการผลิตเลนส์ C T* Sereis B50 Bayonet mount สีดำแล้วผลิตเลนส์ CF T* series B60 Bayonet mount ออกมาแทน (ความจริงเลนส์ CF series ผลิตมาใช้กับ 500c/mในหลังปี 1984 แล้ว)
– lens mount B50 มี images curcle (การวมแสงที่จุดโฟกัสของเลนส์ยังทำได้กว้างกว่านี้อีก เพื่อความคมชัดที่ดีขึ้น) lens bayonet mount B60 จึงถูกผลิตขึ้นแทนที่รุ่นเดิม
เพื่อประสิทธิภาพของภาพที่ดีกว่า (เลนส์ CF series ตัดระบบ selftimer ที่มีในเลนส์ C, C T* ออกไปด้วย)
– วงแหวนโฟกัสของเลนส์ C series เป็นเหล็กมีรอยหยักเพื่อให้เกาะนี้วได้ดีเวลาโฟกัส (แต่ฝรั่งขี้บ่นก็บอกว่า..เจ็บนิ้วและเลนส์มีขนาดเล็กไปนิด โฟกัสยากไปหน่อย) เลนส์ CF series จึงถูกผลิตขึ้นมาแทนที่ ด้วยวงแหวนโฟกัสแบบเหล็กมียางรองนิ้วหุ้มอีกชั้น มีขนาดใหญ่และโฟกัสถนัดมือกว่ามาก
(แล้วผมจะมาเล่าเรื่องเลนส์ให้ละเอียดๆ อีกครั้งนะครับ หวังว่าคงไม่เบื่อที่จะรออ่าน :D)***

Hasseldlad 501 CM08
The flag ship, 501cm
ในปี 1997 Hasselblad ยังไม่พ้นอาการโคม่าจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน (ประเทศของเราอาการบาดเจ็บสาหัสหนักกว่าหลายร้อยเท่า เพราะเราฆ่าคนไทยด้วยกันและกินเลือดกินเนื้อกันเอง=ผู้เขียน) Hasselblad เพียงแต่ออกจากห้องจากห้องฉุกเฉินไม่ได้ล้มตายอย่างที่เราเป็น มาอยู่ห้องพิเศษเพื่อเฝ้าดูอาการเท่านั้น ในระหว่างพักฟื้นนี้..ก็คิดว่าจะทำอะไรกันต่อไป
ผมชื่นชมชาติยุโรปมากกว่าฝั่งอเมริกาตรงเรื่องศิลปะการออกแบบนี่แหละ คนชาติยุโรปชีวิตมีความสุขมากกว่า เพราะเมื่อปัจจัย 4 พร้อมเพียง ผู้คนจะนึกถึงความสวยงามและศิลปะ
(ตรงนี้เทียบกับประเทศด้อยพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดมาก ..ท้องยังหิว..หัวสมองไม่ว่างคิดถึงเรื่องอื่น..เรื่องปากท้องมาก่อนความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะเสมอ=ผู้เขียน)
Hasselblad นอกจากเป็นปฏิมากรรมลอยตัวที่สามารถ่ายรูปนอกจากตั้งโชร์ได้แล้ว..ตัวกล้องเองยังสวยมากด้วย จะเรียกว่า..ทั้งสวยทั้งฉลาด..คงไม่ผิดนัก
Hasselblad จึงเป็นที่หมายปองและเป็นที่ต้องการครอบครองของมืออาชีพทั่วโลกเพื่อนำสร้างงานถ่ายภาพศิลปะชั้นยอด รวมทั้งมือสมัครเล่นที่จริงจังและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดมาและเคยเห็นกล้องตัวนี้เป็นครั้งแรกด้วย.ไม่แปลกหรอกครับ..ที่จะหลงรักทันทีที่ได้พบหน้ากัน…ถ้าคนคนเข้าใจศิลปะและมีรสนิยม
Hasselblad 501cm model ถือเป็นสุดยอดนวตกรรมของผลิตภัณฑ์กล้องการถ่ายภาพแบบ SLR Medium Format ที่ Victor Hasselblad ได้ตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่เริ่มต้นลงมือขึ้นรูปต้นแบบกล้องด้วยมือและกลึงท่อนไม้ตั้งแต่ปี 1941(พ.ศ.2484) กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างได้ ผ่านความลำบากยากเย็นมามากทีเดียว
501c ผลิตได้ 3 ปี (1994-1997) ก็เลิกผลิตไปเพราะตลาดยังซบเซาด้วยพิษ IMF และ Hasselblad มีแผนการตลาดสำหรับกล้องเรือธงแล้ว
501cm ได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อปี 1997 ประเทศเรายังไม่ฟื้นไข้ กล้อง เลนส์แม็กกาซีนฟิล์ม ราคารวมๆ กันแล้ว 12x,xxx ยังไกลเกินเอื้อมอยู่ดีสำหรับหลายๆ คน
เรามาดูกันว่า ใน 501cm มีอะไรใหม่ๆ บ้าง
– โครงสร้างยังเป็นแบบเดิมกับ 501c เปลี่ยนหนังหุ้มเป็นแบบลายใหม่ ละเอียดกว่าเดิม
– มี Acute Matt D screen โฟกัสซิ่งสกรีนที่สว่างสุดๆ เป็นอุปกรณ์ติดมากับกล้อง ไม่ต้องซื้อเพิ่มเหมือนรุ่นอื่นๆ ถ้าจะ up grade ให้เท่ารุ่นนี้
– มีเลนส์ CB เป็นเลนส์ Series ใหม่ออกมาสู่ตลาดและตามด้วย CFi CFE ในปีถัดมา (เรื่องเลนส์รออ่านกันต่อตอนต่อไปนะครับ)
– GMS [Gliding Mirror Systems] กระจกสะท้อนภาพที่ออกแบบใหม่ยาวกว่ารุ่นเดิม เพื่อแก้ Vignetting เมื่อใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเกิน 150mm ขึ้นไป (กล้องในรุ่นก่อนหน้านี้ มี Vignette ที่ Screen เวลามองหรือโฟกัส เมื่อใช้ทางยาวโฟกัสเกิน 150mm แต่ไม่มีผลต่อภาพ กล้องรุ่นเก่าๆ หากใช้ Acute Matt Screen ช่วยให้ Vignette ลดลงและแก้ปัญหาขอบสกรีนมืดลงได้)
ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ทนอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

สุดท้ายนี้..จะกล้องอะไรก็ได้ ขอให้ถ่ายรูปได้และเรามีความสุขกับมัน กับครอบครัว กับคนที่เรารัก..ผมว่าก็เพียงพอแล้ว

Yut Hasselblad